ประวัติของ Gmail
การเริ่มโครงการจีเมลของ กูเกิลนั้นเริ่มพัฒนาขึ้นมาหลายปีก่อนที่จะเปิดให้บริการในปี 2004 โดยในระยะแรกเริ่มของการเปิดให้บริการ จะให้สิทธิ์ในการสมัครจีเมลโดยแจกจ่ายสิทธิทางอีเมลเชิญชวนเท่านั้น
จนกระทั่งต่อมาจึงได้ยกเลิกการสงวนสิทธิ์ดังกล่าว โดยเปิดให้สมัครได้กับทางเว็บไซต์โดยตรง ซึ่งGmailก็ได้มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง อาทิ ในปี 2005 ได้เพิ่มพื้นที่เก็บอีเมลเป็น 2GB และได้มีการเพิ่มภาษาที่ใช้มากขึ้น ต่อมาในปี 2006 ได้มีการเพิ่มรูปแบบการสนทนาโดยสามารถสนทนากับบุคคลที่อยู่ในบัญชีรายชื่อได้ และในปี 2007 ได้มีการเพิ่มความสามารถในการเชื่อมโยง Google Docs & Spreadsheets และแนบไฟล์Microsoft Word DOC เป็นต้น โดยหลักแล้วภาษาที่ใช้พัฒนาคือAjax เป็นภาษาที่ใช้ในเว็บรุ่น 2.0 (เน้นหนักไปที่ AJAXSLT frameworkนอกจากนี้จะมีการเรียกใช้คุณสมบัติของ JavaScript ภายในเครื่องเพื่อการรับค่าแสดงผล จีเมลสามารถรับภาษาได้มากกว่า 52 ภาษาทั่วโลก
ในวันที่ 9 กันยายน ปี2006 จีเมลได้มีการทดลองก่อนที่ ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์[4] ในญี่ปุ่น 3 กันยายน ปี2006และในอียิปต์ 3 ธันวาคม ปี2006นอกจากนั้นวันที่ 7 กุมภาพันธ์ ปี2007 เปิดให้ลงทะเบียนทั้งในยุโรป อเมริกากลาง และอัฟริกาจนกระทั่งระบบรองรับการใช้งาน ทำการเปิดให้ลงทะเบียนใช้งานได้ทั่วโลกโดยไม่ได้ติดป้าย ทดลองใช้ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ปี2007
การสมัคร Gmail
การสมัครมี 2 แบบ คือ
1.สมัครโดยให้คนที่มี userอยู่ ส่งคำเชิญไปให้(invite)
2.สมัครเองโดยเข้าทาง www.gmail.com หรือ www.google.com เลือก Gmailทางขวาบน
ขั้นตอนการสมัคร
1.เลือกสร้างบัญชี (Create an Account)
2.กรอกข้อมูลให้ครบถ้วน
3.กด ‘ฉันยอมรับ โปรดสร้างบัญชีของฉัน'( I accept create my account)
4.จากนั้นจะเป็นการแนะนำGmail
5. กดแสดงบัญชีของฉัน ก็จะปรากฎเป็นmailboxขึ้นมา
ส่วนประกอบของ Gmail
ส่วนที่ 1
ทางด้านซ้ายมือ จะมีหน้าที่เหมือนกับฟรีบริการอื่นๆ ประกอบด้วย
1. Inbox - ส่วนที่เราได้รับจดหมายจากเพื่อนๆของเรา
2. Buzz - ข้อความบอกสถานะ
3. Starred - เป็นส่วนพิเศษกว่าเว็ปอื่นที่ไม่เหมือนใคร คือเป็นการทำ mark ให้แก่จดหมาย ว่าจดหมายนี้สำคัญกว่าจดหมายอื่นๆ
4. Sent mail - ส่วนของจดหมายที่เราส่งไปให้เพื่อนๆของเรา
5.Drafts -จดหมายร่าง
6. All mail - จดหมายทั้งหมดที่มี
7.Spam -จดหมายขยะ
8. Bin -ถังขยะ
ส่วนที่ 2
ส่วนตรงกลาง ประกอบด้วย
1. ชื่อผู้ส่ง
2. หัวข้อจดหมาย
3. เวลาที่รับจดหมายเข้ามา
4. ปุ่มใช้งานทั้งด้านบนและด้านล่าง - ทำหน้าที่คู่ไปกับการทำเครื่องหมายถูกหน้าจดหมาย >> เลือก Report as spam เป็นการบอกว่า email นี้ เป็น email ขยะ >> แล้วในครั้งต่อไป g mail จะทำการตรวจจับแล้วจัดเก็บใน อีเมลขยะต่อไป
ส่วนที่ 3
- เป็นส่วนที่พิเศษกว่า ตัวอื่นๆตรงที่ว่า มีคำว่า Search mail โดยแค่ใส่คำหลัก ( Key words) ลงไป >> กด Search mail >> Email ไหนที่มีคำหลักนั้นก็จะ ขึ้นมาทุกฉบับ
- ใน G mail จะแปลงจากระบบกล่องเก็บจดหมาย มาเป็น "ห้องสมุดเก็บจดหมาย" โดยใช้ระบบ Indexing Technology ดังนั้น จึงสามารถเก็นจดหมายได้มากตามต้องการ
คุณสมบัติของ Gmail
- รับรองระบบ POP3 IMAP และ SMTP รองรับการเพิ่มบัญชี 5 ชื่อ
- มีระบบการค้นหาภายใน ทั้งที่เป็นอีเมลเฉพาะหมวดหมู่ที่ผู้ใช้กำหนดขึ้น และอีเมลทั้งหมด
- สามารถแท็ก อีเมลเพื่อแยกเป็นหมวดหมู่ได้ มีป้ายกำกับให้โดยเฉพาะ
- มีระบบป้องกันสแปมและป้องกันไวรัสคอมพิวเตอร์และระบบคัดกรองจดหมายขยะด้วยตนเองได้
- มีบริการแชทจากหน้าจอเว็บเบราว์เซอร์ ที่เรียกว่า กูเกิลทอล์ก โดยรองรับการเชื่อมต่อด้วยกล้องแล้ว
- มีระบบบันทึกอีเมลก่อนส่ง และระบบบันทึกอัตโนมัติ (auto-save) สามารถเซฟอีเมลที่เรากำลังพิมพ์อยู่ได้ ทำให้ถึงแม้ว่าเครื่องคอมพิวเตอร์จะมีปัญหา หรือเกิดไฟดับ เราอาจจะไม่ต้องมาพิมพ์ใหม่ทั้งหมดพร้อมทั้งการเก็บบันทึกไว้เป็บแบบร่างได้ทันที
- สามารถเปลี่ยนแปลงรูปแบบหน้าต่างของจีเมลได้
- บริการทั้งหมดเป็นบริการฟรี ยกเว้นการซื้อพื้นที่เก็บอีเมลเพิ่มขึ้นจากพื้นที่ที่จีเมลจัดให้
Post Office Protocol version 3 (POP3)
ถูกออกแบบสำหรับการเข้าถึงแบบ offline คือจดหมายอยู่ใน serverและผู้ใช้สามารถใช้โปรแกรมที่สนับสนุน POP ในการเข้าถึงจดหมายจากระยะไกล การจัดการใดๆกับจดหมายจะเป็นการจัดการในเครื่องของผู้ใช้เท่านั้น ถึงแม้ว่าข้อจำกัดของการเข้าถึงแบบ offline จะทำให้เกิดความคิดที่จะทำให้ POP สามารถใช้งานในแบบ online หรือแบบ disconnectedได้ แต่ POP ขาดคุณสมบัติที่จำเป็นบางอย่าง ส่วนการเข้าถึงแบบเสมือน online (pseudo-online) จดหมายจะไม่ถูกลบออกจาก server แต่ก็ไม่ใช่การเข้าถึงแบบ online ที่แท้จริง เพราะขาดโปรโตคอลในการเข้าถึงระบบไฟล์ในเครื่อง server ในการที่จะเข้าถึงหรือเปลี่ยนแปลง folder หรือสถานะต่างๆ ของจดหมาย
ตัวอย่างเช่น การตั้งค่าสถานะของจดหมาย เช่นได้ถูกอ่านแล้ว จะถูกตั้งค่าเพียงแค่ในเครื่องไคลเอนท์ที่ใช้เท่านั้น แต่สถานะของจดหมายที่แท้จริงบนเซิร์ฟเวอร์ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง หรือการจัดเก็บจดหมายลง folder จะถูกจัดเก็บลงในเครื่องไคลเอนท์เท่านั้น ซึ่งที่จริงควรจะจัดเก็บไว้บนเซิร์ฟเวอร์ เพราะหากว่ามีการใช้ไคลเอนท์เครื่องอื่น ก็ยังสามารถเห็น folder นั้นๆได้
IMAP
มีความสามารถในการเข้าถึงทั้งแบบ offline และแบบ online โดยในแบบ online จดหมายจะไม่ถูกดึงมา แต่จะเป็นแบบโต้-ตอบกับ server นั่นคือ ผู้ใช้สามารถดึงเฉพาะหัวข้อจดหมาย, บางส่วนของจดหมาย หรือค้นหาจดหมายที่ตรงความต้องการ โดยจดหมายที่ถูกเก็บไว้บน server และสามารถตั้งค่าสถานะของจดหมายต่างๆ เช่น ถูกลบไปแล้ว , ตอบไปแล้ว และจะยังอยู่ใน server จนกว่าผู้ใช้จะสั่งลบ อธิบายง่ายๆ คือ IMAP ถูกออกแบบให้การเข้าจดหมายจากระยะไกล เหมือนกับการเข้าถึงจดหมายจากภายในเครื่องของผู้ใช้เอง ซึ่งขึ้นอยู่กับโปรแกรมที่ใช้ว่าจะเก็บจดหมายไว้ในเครื่องของผู้ใช้เอง หรือเก็บไว้ใน server หรือให้ผู้ใช้เลือกเองอย่างใดอย่างหนึ่ง
Simple Mail Transfer Protocol (SMTP)
เป็นโพรโทคอลสำหรับส่งอีเมลในเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เป็นโพรโทคอลแบบข้อความที่เรียบง่าย ทำงานอยู่บนโพรโทคอล TCP พอร์ต 25 ในการส่งอีเมลไปยังที่อยู่ที่กำหนด จำเป็นต้องใช้ค่า MX (Mail eXchange) ของ DNS ปัจจุบันมี mail transfer agent กว่า 50 โปรแกรมที่สามารถใช้ SMTP ได้ โดยมีโปรแกรม Sendmail เป็นโปรแกรมแรกที่นำ SMTP ไปใช้ โปรแกรมตัวอื่นได้แก่ Postfix, qmail และ Microsoft Exchange เป็นต้น
ข้อควรระวังในการใช้
ในการใช้ Gmail แม้จะลบรายชื่อเมล์แล้ว ก็ยังสามารถ Search หาใหม่ได้ทุกเมื่อ เนื่องจากอีเมล์นั้นก็เพียงแต่หายไปจากเครื่อง แต่มิได้หายไปจากฐานข้อมูลของ Google นั่นหมายความว่า อีเมล์ส่วนตัวทุกฉบับที่มีการส่งถึงกันระหว่างผู้ใช้บริการ Gmail จะต้องผ่านการตรวจสอบและสแกนจากทาง Google เพื่อที่จะนำเข้าสู่ฐานข้อมูล Search Engine E-mail ซึ่งทางด้านกฎหมายถือเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล (ทาง Google จะสามารถล่วงรู้ความลับของผู้ใช้บริการได้ทุกเมื่อ หากมีการติดต่อกันผ่านทางอีเมล์) ดังนั้นหากมีอีเมล์ที่เป็นความลับหรือเป็นส่วนตัว ไม่อยากเก็บไว้ ก็จะไม่มีทางลบให้หายไปได้อย่างถาวร เนื่องจากทุกอย่างขึ้นตรงกับ Google แต่เพียงผู้เดียว
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น